รายงานการสัมมนาเรื่อง
"การเขียนงานวิจัยเพื่อเผยแพร่ในวารสารวิชาการ "


เวลา 9.00 - 17.00 น. วันที่ 23 มีนาคม 2542 ณ ห้อง 710 ชั้น 7 อาคาร สวทช.


          การสัมมนาเรื่อง "การเขียนงานวิจัยเพื่อเผยแพร่ในวารสารวิชาการ" ซึ่งจัดโดย ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี มีลักษณะเป็นการบรรยายเชิงวิชาการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา (ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาส่วนใหญ่จะเป็นนิสิต นักศึกษา) ได้มีความเข้าใจ และมีทักษะในการเขียนงานวิจัย หรือบทความวิจัยเพื่อเผยแพร่ในวารสารวิชาการ หัวข้อการบรรยายดังนี้
                     1. บทความวิชาการที่มีคุณภาพคืออย่างไร โดย ดร. ครรชิต มาลัยวงศ์
                     2. นักวิจัยทุนกาญจนาภิเษก โดย ดร. กำจัด มงคลกุล
                     3. การสาธิตบริการฐานข้อมูล Citation โดย คุณรังสิมา เพชรเม็ดใหญ่
                     4. งานวิจัยไทยในวารสารวิชาการจากประสบการณ์ของนักวิจัย/บรรณาธิการ โดย ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์
                     5. การเขียนบทนำ เนื้อเรื่อง บทลงท้าย เชิงอรรถ บรรณานุกรมอ้างอิง การเขียนบทคัดย่อ / การกำหนดดรรชนี โดย คุณ ประดิษฐา ศิริพันธ์

บทความวิชาการที่มี คุณภาพคืออย่างไร


          ดร. ครรชิต มาลัยวงศ์ ได้กล่าวถึงบทความวิจัยที่มีคุณภาพควรมีลักษณะตามหัวข้อที่จัดเรียงตามลำดับอักษรภาษาอังกฤษ ดังนี้

          1. Accuracy ควรมีความถูกต้องแม่นยำ ของแนวคิดพื้นฐาน เนื้อหาของการวิจัย การเขียนรายงานวิจัยและบทคัดย่อ
          2. Brevity ควรมีความกระชับ ตัดพลความที่ไม่จำเป็นเช่นคำว่า ทำการ คำว่าเป็นต้น
          3. Clarity มีความชัดเจนทั้งเนื้อหา ประโยค และการย่อหน้า
          4. Data ควรกล่าวถึงรายละเอียดของข้อมูลซึ่งเป็นที่มาของการวิจัย เช่นจำนวนข้อมูล วิธีการจัดเก็บ เครื่องมือ การบันทึก การวิเคราะห์ข้อมูล
          5. Evidence มีการอ้างอิงหลักฐาน หรือแหล่งของการวิจัยที่น่าเชื่อถือ เพื่อแสดงถึงความมีน้ำหนักของผลการวิจัย
          6. Format ควรเขียนบทความวิจัยให้มีรูปแบบตรงตามมาตรฐานของวารสารที่จะนำบทความเผยแพร่
          7. Grammar การใช้ภาษาในการเขียนบทความควรให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ คือมีประธาน กริยา และกรรมของประธาน หรือคำขยายต่างๆ
          8. Illustration ควรมีภาพประกอบตามความเหมาะสม
          9. Jargon มีความระมัดระวังในการใช้คำศัพท์เทคนิค เพื่อให้สามารถแสดงความหมายอย่างชัดเจน
          10. Keyword ควรกำหนดคำสำคัญที่สื่อความหมายเนื้อหาของการวิจัยได้ เพื่อประโยชน์ในการสืบค้นข้อมูล
          11. Logic การเขียนประโยค หรือข้อความของเนื้อหาควรให้มีความเป็นเหตุเป็นผลแก่กัน
          12. Mathematical Notations & Equations หากเป็นบทความด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควรแสดงสูตร และสมการคณิตศาสตร์ไว้ในบทความด้วย ซึ่งการนำเสนอสูตรและสมการจำเป็นต้องพิมพ์ให้ชัดเจน มีลำดับขั้นตอนที่เหมาะสม
          13. Numbers การนำเสนอตัวเลข หรือค่าสถิติในบทความ ควรพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนทั้งในขณะเขียน หรือขณะพิสูจน์อักษร เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด
          14. Outline ก่อนเริ่มต้นเขียนบทความวิจัย ควรเขียนโครงร่างของเนื้อหาที่จะเขียนไว้ก่อนล่วงหน้า เพื่อจะได้สามารถเขียนเนื้อหาได้ครอบคลุมตามหัวข้อที่มีอยู่ในโครงร่าง
          15. Plagiarism บทความวิจัยที่ดีจำเป็นต้องมีการอ้างอิงผลงานของผู้อื่นอย่างสมบูรณ์ ในส่วนของเนื้อหา โดยการอ้างอิงนั้นควรอ้างเฉพาะผลงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย และเป็นผลงานวิจัยใหม่ เพื่อเป็นการให้เกียรติกับเจ้าของผลงานเดิม และเพื่อให้ผู้สนใจได้สามารถติดตามอ่านงานวิจัยเพิ่มเติมได้จากแหล่งที่ถูกอ้างอิง ซึ่งการเขียนอ้างอิงผลงานสามารถทำได้ 2 วิธีคือ การยกคำพูดเดิมมาโดยตรงและเขียนไว้ในเครื่องหมายคำพูด และการนำความคิดของผู้อื่นมาเรียบเรียงเขียนเป็นประโยคใหม่ แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใด ผู้เขียนงานวิจัยจะต้องอ้างอิงชื่อบทความและผู้แต่งเดิมให้ครบถ้วน
          16. Quotation การเขียนอ้างอิงผลงานของผู้อื่นมีวิธีการเขียน 2 วิธีคือ การอ้างอิงโดยตรงซึ่งก็คือการนำข้อความเดิมของผู้อื่นมาตีพิมพ์ในกรณีนี้ให้พิมพ์ข้อความนั้นไว้ในเครื่องหมายคำพูดคือ " .............. " แต่หากข้อความที่อ้างอิงนั้นอาจมีการอ้างอิงผู้อื่นด้วย จะต้องใช้เครื่องหมายคำพูดสองชั้นแต่ลดจำนวนขีดในเครื่องหมายอัญประกาศลงเช่น ".............. '.............' .............." การอ้างอิงอีกวิธีหนึ่งคือ เป็นการเขียนข้อความขึ้นใหม่ที่มีสำนวนเป็นของผู้เขียนเอง วิธีการนี้ไม่ต้องนำข้อความนั้นมาไว้ในเครื่องหมายคำพูด
          17. Reference เมื่อนำข้อความ หรือความคิดของผู้อื่นมากล่าวถึงในเนื้อหา จะต้องนำผลงานนั้นมาเขียนอ้างอิงไว้ท้ายบทความอย่างครบถ้วน ซึ่งรายชื่อเอกสารอ้างอิงนี้เรียกว่า บรรณานุกรม หรือ Bibliography งานที่ใช้อ้างอิงมีหลายประเภท เช่น บทความ จดหมายถึงบรรณาธิการ รายงานวิจัย หรือคู่มือ ผู้เขียนบทความจึงต้องรู้ว่างานที่ตนอ้างอิงเป็นประเภทใด และแต่แบบมีวิธีการอ้างอิงที่ถูกต้องอย่างไร
          18. Style รูปแบบการเขียนบทความวิจัยจะมีรูปแบบเฉพาะแล้วแต่วารสารที่ต้องการส่งบทความ ซึ่งกำหนดเป็นกรอบในการเขียน แต่วิธีเขียนบทความให้น่าสนใจขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญการเขียนของแต่ละบุคคล
          19. Title การตั้งชื่อเรื่องของบทความควรเขียนให้ครบ และอ่านแล้วเข้าใจว่างานนั้นเป็นเรื่องอะไร ไม่ควรมีชื่อเรื่องที่หวือหวา
          20. Understandable บทความวิจัยที่ดีควรเป็นเป็นบทความที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ซึ่งการเขียนให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย ต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญคือ ใช้ภาษาที่ง่าย การเขียนย่อหน้าที่เห็นแนวคิดหลักได้ชัดเจน การเขียนเนื้อความเป็นเหตุเป็นผล มีขั้นตอนไม่วกวน
          21. Visual Effects ควรจัดรูปแบบของบทความให้มีลักษณะดึงดูดความสนใจของผู้อ่านทั้งในด้านการจัดหน้ากระดาษ การจัดย่อหน้า ขนาดและรูปแบบตัวอักษร ภาพประกอบ

นักวิจัยทุนกาญจนาภิเษก

          การบรรยายในหัวข้อนี้โดย ดร. กำจัด มงคลกุล นั้นไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหัวข้อการสัมมนา แต่เป็นการบรรยายเพื่อแนะนำการมอบทุนวิจัย ซึ่งหลักเกณฑ์การมอบทุนให้นักวิจัยผู้ใด นักวิจัยผู้นั้นจะต้องมีผลงานเผยแพร่ในแหล่งอ้างอิงที่เจ้าของทุนกำหนดไว้ รายละเอียดของการบรรยายมีดังนี้
          นักวิจัยทุนกาญจนาภิเษก เป็นเป้าหมายของโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) เพื่อสนับสนุนการผลิตงานวิจัย และนักวิจัยระดับปริญญาเอกให้ทันความต้องการของปีประเทศใน 25 ปีข้างหน้า (Vision 2020) คปก. เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติในปีฉลองกาญจนาภิเษกฯ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยร่วมกับทบวงมหาวิทยาลัย และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2540-2554 โดยระยะแรกรับจำนวน 5,000 คน คปก. มีมาตรการที่จะสนับสนุนการผลิตปริญญาเอกในประเทศให้ได้มาตรฐานสากล ดังนี้

          1. ด้านอาจารย์ ให้ทุน คปก. แก่อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก ที่มีผลงานวิจัยเป็นที่ยอมรับ โดยมีอาจารย์ต่างประเทศร่วมมือด้วย
          2. ด้านนักศึกษา ดึงดูดนักศึกษาความสามารถสูงวุฒิปริญญาตรี หรือปริญญาโทมารับทุนผู้ช่วยวิจัยคปก. ซึ่งให้ทั้งเงินประจำเดือน ค่าศึกษาวิจัยและค่าไปศึกษาวิจัยกับอาจารย์ต่างประเทศที่ร่วมมือด้วย 6-12 เดือน รวมทุนละ 1.5-2.0 ล้านบาท โดยไม่มีข้อผูกพัน
          3. ด้านมาตรฐานผลงานวิจัย กำหนดให้ผลงานวิจัยในวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกให้ได้มาตรฐานเพื่อตีพิมพ์ระดับนานาชาติ หรือเทียบเท่า
          4. ด้านการเชื่อมโยง หาแหล่งทุนสนับสนุนอื่นทั้งใน และต่างประเทศ

          สำหรับขั้นตอนในการสมัครขอทุนปริญญาเอกกาญจนาภิเษก มีดังนี้

          (ก) สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก
          ขณะนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ได้เชิญชวนไปยังมหาวิทยาลัยในประเทศทุกแห่งเพื่อรับสมัครผู้ขอทุน คปก. รุ่นที่ 3 ซึ่งจะประกาศผลในเดือนตุลาคม 2542
          (ข) สำหรับนักศึกษาปริญญาเอก หรือผู้สนใจเข้าศึกษาปริญญาเอก ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
          1. ต้องมีคุณสมบัติครบที่จะศึกษาปริญญาเอก สามารถศึกษาได้เต็มเวลา และมีผลการศึกษาดีเด่น
          2. ตรวจดูชื่ออาจารย์ที่ได้ทุน คปก. (จาก Homepage ของสกว.) ในสาขาวิชาที่จะเข้าศึกษา และติดต่อขอรายละเอียดจากอาจารย์ดังกล่าว
          3. ถ้ามีอาจารย์ตามข้อ 2 ที่เหมาะสมกับนักศึกษา ก็ให้ดำเนินการสมัครขอทุน คปก. และสมัครเข้าศึกษาปริญญาเอกตามระเบียบการของแต่ละมหาวิทยาลัยต่อไป

          อนึ่ง ในการพิจารณาให้ทุนปริญญาเอก สกว. จะพิจารณาการเผยแพร่ผลงานของผู้สมัครขอทุนในฐานข้อมูลนานาชาติร่วมด้วย ฐานข้อมูลแบ่งออกตามสาขาคือ

          1. สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                    1.1 SciSearch
                    1.2 MEDLINE
                    1.3 BIOSIS
                    1.4 CA SEARCH
                    1.5 EiCOMPENDEX
                    1.6 INSPEC
          2. สาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
                    2.1 Social SciSearch
                    2.2 ERIC
                    2.3 PsycINFO
                    2.4 Sociological Abstracts
                    2.5 Arts & Humanities Search
                    2.6 Linguistics and Language Behavior Abstracts

          ในปัจจุบัน คปก. ได้ให้ทุนแก่อาจารย์ และนักศึกษาแล้ว 2 รุ่น มีนักศึกษาของสถาบันได้รับทุนทั้ง 2 รุ่น รุ่นละ 1 คน ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์

การสาธิตบริการฐานข้อมูล Citation

          คุณรังสิมา เพชรเม็ดใหญ่ (นักสารสนเทศ ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี) ได้สาธิตวิธีการสืบค้นข้อมูล ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญในกระบวนการทำวิจัยที่จะต้องทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (Literature Review) หรือ การทบทวนองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้ว เพื่อเป็นการตรวจสอบสิ่งที่ค้นพบแล้ว สามารถนำไปสู่การตั้งโจทย์ และขั้นตอนภายหลังจากมีโจทย์วิจัยต่อไป และการรวบรวมเอกสารทั้งหมด เรียกว่า Citation Reference ในการสาธิตสืบค้นฐานข้อมูล Citation นี้ คุณรังสิมาได้สาธิตทาง online ผ่านเครือข่าย อินเตอร์เน็ต เช่นฐานข้อมูล Dialog แต่ในวันสัมมนาเครือข่ายอินเตอร์เน็ตขัดข้อง จึงไม่ได้ดูการสาธิตมากเท่าใด สำหรับแหล่งข้อมูลชั้นนำของโลกสำหรับสืบค้น Citation Reference เพื่อเป็นเอกสารอ้างอิงมีอยู่ 3 ฐานข้อมูลคือ

          1. Science Citation Index (หรือมีอีกชื่อหนึ่งคือ SciSearch) ครอบคลุมสาขาวิทยาศาสตร์
          2. Social Science Citation Index (หรือมีอีกชื่อหนึ่งคือ Social SciSearch) ครอบคลุมสาขาสังคมศาสตร์
          3. Art & Humanities Search ครอบคลุมสาขาอักษรศาสตร์และมานุษยวิทยา

งานวิจัยไทยในวารสารวิชาการจากประสบการณ์ของนักวิจัย / บรรณาธิการ

          ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ได้แนะนำการเขียนบทความวิจัยที่มีลักษณะเป็นวิชาการ ซึ่งเป็นประสบการณ์ของอาจารย์เอง บทความวิจัยมีลักษณะดังนี้
          1. บทความที่ได้เนื้อหามาจากการวิจัย
          2. บทความที่อธิบายทฤษฎีใหม่ แนวคิดใหม่ ผลลัพธ์ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีผู้ใดรู้มาก่อน
          3. เนื้อหาไม่ใช่สารคดีด้านวิทยาศาสตร์ หรือวิชาการทั่วไป
          4. ไม่ใช่ข่าวงานวิจัย
          5. ไม่ใช่บทความที่เป็นข้อคิดเห็นทั่วไป

          ก่อนเริ่มเขียนบทความ นักวิจัย / ผู้เขียนจะต้องมีรูปแบบบทความ และเค้าโครงเรื่องก่อน ซึ่งรูปแบบประกอบด้วยหัวเรื่องหรือชื่อเรืองบทความ ชื่อผู้เขียน และผู้เขียนร่วม ชื่อสถาบัน หรือสถานที่ทำงาน และบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ส่วนเค้าโครงเรื่องโดยทั่วไปประกอบด้วย บทนำ วรรณกรรมวิจารณ์ ทฤษฎีและการพิสูจน์ การอธิบายผลการทดสอบหรือพิสูจน์ วิจารณ์ผล และบทสรุป และบรรณานุกรม สำหรับแนวทางการเขียนบทความวิจัยมีดังนี้

          1. รวบรวมเอกสารต่างๆ ให้ครบถ้วนก่อนลงมือเขียน จัดเก็บเป็นหมวดหมู่เพื่อความสะดวกในการนำมาเขียนเนื้อหา และการอ้างอิง
          2. กำหนดวัตถุประสงค์ของการเขียน โดยพิจารณาจากวารสารที่ต้องการส่งไปตีพิมพ์ ลักษณะของผู้อ่านวารสารนั้น ความสนใจของเนื้อหา
          3. กำหนดรูปแบบการเขียนให้ชัดเจน เช่น จะเขียนในเชิงบอกเล่า หรือเชิงวิชาการ
          4. การตั้งชื่อเรื่องจะต้องสมบูรณ์ และเขียนเนื้อหาตามเค้าโครงเรื่องที่กำหนดไว้ รวมทั้งบทคัดย่อด้วย
          5. การอ้างอิงในส่วนเนื้อหา และท้ายบทความควรเขียนให้ถูกต้อง
          6. การใช้ภาษาในการเขียนบทความ ควรให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ มีความชัดเจน เขียนคำให้ถูกต้อง โดยเฉพาะคำภาษาอังกฤษ
          7. การใช้ภาพประกอบควรใช้ภาพที่สมบูรณ์ ชัดเจน หากมีข้อผิดพลาดของภาพเมื่อตีพิมพ์ไปแล้ว ควรส่งจดหมายไปแก้ไขกับกองบรรณาธิการของวารสาร
          8. เมื่อเขียนบทความเสร็จแล้วต้องอ่านทบทวน เพื่อหาข้อผิดพลาดก่อนส่งไปตีพิมพ์
          9. เมื่อส่งบทความไปตีพิมพ์แล้ว ไม่ควรขอเรื่องคืน แต่ให้ส่งไปรษณียบัตรเพื่อให้กองบรรณาธิการตอบกลับ
          10. หากถูกทักท้วงจากกองบรรณาธิการ ควรรีบแก้ไข ปฏิบัติตาม

การเขียนบทนำ เนื้อเรื่อง บทลงท้าย เชิงอรรถ บรรณานุกรมอ้างอิง ฯลฯ

          คุณประดิษฐา ศิริพันธ์ ได้แนะนำวิธีการเขียนบทนำ บทลงท้าย เชิงอรรถ บรรณานุกรม บทคัดย่อ และดัชนี ซึ่งส่วนที่จะดึงดูดความสนใจของผู้อ่านคือ บทนำ และบทลงท้าย โดยบทนำจะเป็นส่วนที่ผู้เขียนชี้แจงขอบเขตเนื้อหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย การใช้ภาษาต้องถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นศัพท์ที่ใช้สื่อความหมายตรงกับเนื้อเรื่อง ส่วนบทลงท้าย เป็นการสรุปเรื่องที่นำเสนอทั้งหมด และอาจเสนอหัวข้อสำหรับการศึกษาวิจัยต่อเนื่อง หรืออาจตั้งคำถามเพื่อจุดให้ผู้อ่านแสดงความเห็น หรือวิจารณ์ อันจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย และผู้อื่นต่อไปส่วนการอ้างอิงทั้งในส่วนเนื้อหา (เชิงอรรถ = การอ้างอิงข้อความบางตอนที่คัดลอกจากหนังสือ และบทความ หรืออธิบายความเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจดีขึ้น พิมพ์ไว้ที่ตอนล่างของหน้าเนื้อหาที่อ้างอิง หรือตอนท้ายบทแต่ละบท มีเลขกำกับท้ายข้อความที่อ้าง และโยงไปที่เชิงอรรถ) และท้ายบทความ (บรรณานุกรม = รายชื่อหนังสือ บทความวารสาร และรายงานการประชุมที่ใช้ค้นคว้า พิมพ์รายชื่อไว้ท้ายบทความต่อจากบทลงท้าย) นั้น คุณประดิษฐาได้แนะนำวิธีการเขียนไว้หลายลักษณะ ดังนี้

เชิงอรรถ
หนังสือ          มีรูปแบบการเขียนคือ
          ชื่อผู้แต่ง อักษรย่อของชื่อตัว ชื่อกลาง (ถ้ามี) ตามด้วยนามสกุล 2 คน ใส่ and ก่อนชื่อคนสุดท้าย. ชื่อเรื่อง. ชื่อสำนักพิมพ์, ชื่อเมือง, ชื่อรัฐ (ถ้ามี), ปีที่พิมพ์.
          ผู้แต่งคนไทยใช้ชื่อเต็ม ตามด้วยนามสกุลเสมอสำหรับการอ้างอิงทุกรูปแบบและทุกภาษา
ตัวอย่าง
          L.R. Rabiner and B.H. Juang. Fundamentals of Speech Recognition. Prentice-Hall, Englewood Cliff, NJ, 1993.

บทความจากวารสาร
          ชื่อผู้แต่ง อักษรย่อของชื่อตัว นามสกุล (ถ้ามี 2 คน ใส่ and ก่อนชื่อคนสุดท้าย). ชื่อบทความ.
          ชื่อวารสาร (ตัวเอียง), ปีที่ (Volume):หน้าที่-หน้าที่, เดือน ปี.

ตัวอย่าง
          S. Habinc and P. Sinander. Using VHDL for Board Level Simulation. IEEE Design and Test Computers, 13:66-77, September 1996

วารสารฉบับพิเศษ
          ชื่อผู้แต่ง อักษรย่อของชื่อตัว ชื่อกลาง ตามด้วยนามสกุล (ถ้ามีมากกว่า 2 คน คั่นด้วย , and ก่อนชื่อคนสุดท้าย). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร (ตัวเอียง) "ชื่อ Special Issue" (ในเครื่องหมายคำพูด ตัวเอียง). หน้าที่อ้างอิง, เดือน ปี.

ตัวอย่าง
          A. Dollas and N. Kanopoulos. Reducing the Time to Market Through Rapid Prototyping. IEEE Computer : introduction to the special issue on "Rapid Prototyping of Microelectronic Systems". pages 14-15, February 1995.

วารสารการประชุม
          ชื่อผู้แต่ง. ชื่อบทความที่เสนอในการประชุม. ชื่อวารสารการประชุม, ปีที่ (เล่ม หรือฉบับที่): หน้าที่-หน้าที่, ปีที่พิมพ์.

ตัวอย่าง
          J.W. Picone. Signal Modeling Techniques in Speech Recognition. Proceedings of the IEEE, 81(9): 1215-1247, 1993

รายงานการประชุม
          ชื่อผู้แต่ง. ชื่อบทความ. (จาก) ชื่อการประชุม เมือง, รัฐที่ประชุม (ถ้ามี), เดือน ปี.
ตัวอย่าง
          M. Borgatti, R. Rambakli, G. Gori, and R. Guerrieri. A Smoothly Upgradable Approach to Virtual Emulation of HW/SW Systems. In 7th IEEE International Symposium on Rapid System Prototyping, June 1996.

          สำหรับการเขียนบทคัดย่อ คุณประดิษฐา ได้ให้คำแนะนำว่า ในประโยคแรก ควรบรรยายว่าเป็นบทความเรื่องอะไร คำศัพท์ที่ใช้ควรสื่อความหมายของเนื้อเรื่อง และสามารถใช้เป็นคำสำคัญในการสืบค้นได้ ประโยคที่ 2 ควรชี้ให้ผู้อ่านตัดสินใจได้ว่าควรอ่านบทความฉบับเต็มหรือไม่ ระบุประเด็นสำคัญที่บทความเสนอ ไม่ต้องอธิบายรายละเอียด บอกเพียงว่าบทความเป็นรายงานการสำรวจ การวิจัย หรือการทดลอง และประโยคสุดท้าย แสดงผลการวิจัย ส่วนบทคัดย่อ ให้พิมพ์ไว้ที่หน้าชื่อเรื่อง ตอนแรกในหน้าแรกของบทความ และควรเขียนสั้นๆ ประมาณ 100-500 คำ จัดให้อยู่ในหนึ่งหน้ากระดาษ A4

          ในการเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง "การเขียนงานวิจัยเพื่อเผยแพร่ในวารสารวิชาการ" ได้รับประโยชน์บ้างพอสมควร โดยเฉพาะในส่วนของลักษณะการเขียนบทความวิจัยที่แตกต่างจากบทความประเภทอื่น แต่จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับนักศึกษา / นักวิจัย ที่กำลังเขียนรายงาน / ปริญญานิพนธ์ / วิทยานิพนธ์ หรือรายงานวิจัย และผู้รับผิดชอบในกองบรรณาธิการวารสารที่มีวัตถุประสงค์เผยแพร่ผลงานวิจัย
(กรองทิพย์ ศรีตะปัญญะ)
ผู้รายงาน

TOP
Latest Rivision: